โลกร้อนเร่าพระคุณเจ้ายังสุดทน

ใกล้เข้ามาทุกขณะ ท่ามกลางการเฝ้าตั้งตารออย่างใจจดจ่อ จากบรรดาผู้นำประเทศต่างๆ และองค์กรเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมทั้งหลายทั่วโลก ที่จะเข้าร่วมประชุม ทั้งในแบบมาให้เห็นกันตัวเป็นๆ และการประชุมแบบออนไลน์ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ สำหรับ การประชุมสุดยอด หรือ “การประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 26” หรือ “ค็อป26 (COP26)” ซึ่งจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 31 ต.ค. – 12 พ.ย. ที่จะถึงนี้ ณ นครกลาสโกว์ เมืองใหญ่ที่สุดของสกอตแลนด์ บนแผ่นดินสหราชอาณาจักร โดยการประชุมสุดยอดที่มีขึ้นนั้น ก็เป็นเลื่อนการประชุมที่จากเดิมจะมีขึ้นในช่วงเดือน พ.ย. เดียวกันนี้ของเมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างรุนแรงในสกอตแลนด์ ณ ห้วงเวลานั้น ต้องเลื่อนมาจัดกันอีก 12 เดือนถัดมา คือ เป็นปีนี้ นั่นเองนอกจากนี้ ก็ยังมีการเปลี่ยนแปลงผู้สนับสนุน หรือสปอนเซอร์ ที่ปรากฏว่า ก่อนหน้านั้น ก็เป็นทางบรรดาบริษัทผู้ประกอบด้านพลังงานซากฟอสซิลทั้งหลาย ให้เงินทุนสนับสนุนจากการประชุม ก็เปลี่ยนมาเป็นรัฐบาลอังกฤษ ในฐานะชาติพี่เบิ้มใหญ่แห่งสหราชอาณาจักร และยังเป็น “ประธาน” ของการประชุมสุดยอด “ค็อป26”ในปีนี้อีกด้วยนั้น ได้ตัดสินใจยอมควักกระเป๋า จัดสรรงบประมาณของประเทศ เพื่อจัดการประชุมสุดยอดที่จะมีขึ้นในครั้งนี้เองด้วยทั้งนี้ เพื่อลดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากบรรดานักเคลื่อนไหวสิ่งแวดล้อมทั้งหลายว่า เหล่าบริษัทพลังงานจากซากฟอสซิล ที่มาสนับสนุนการประชุมดังกล่าว ก็เพื่อเข้ามามีอิทธิพลบนเวทีแห่งนี้ ในการกำหนดชี้ชะตาเรื่องการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมโลก โดยเฉพาะสิ่งแวดล้อมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก หรือภาวะโลกร้อน ในอันที่จะเป็นคุณ เป็นผลประโยชน์ต่อบริษัทของพวกเขา ทั้งๆ ที่บรรดาบริษัทเหล่านี้ มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จนเป็นที่มาของวิกฤติปัญหาภาวะโลกร้อนที่กำลังเผชิญอยู่นี้ โดยการประชุมสุดยอด “ค็อป26” ในปีนี้ ก็ยังจะถือเป็นปรากฏการณ์สำคัญอีกประการหนึ่ง ก็คือ จะได้ “ผู้นำสหรัฐฯ คนปัจจุบัน” อย่าง “ประธานาธิบดีโจ ไบเดน” เข้าร่วมประชุมที่จะมีขึ้นด้วย ในฐานะชาติมหาอำนาจ ผู้นำโลกในหลายๆ ด้าน ภายหลังจากที่สหรัฐฯ ต้องเว้นว่างห่างหายไปในสมัยของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่นอกจากต่อต้าน คือ ไม่สนับสนุนส่งเสริมเรื่องแก้ไขวิกฤติปัญหาภาวะโลกร้อนแล้ว ก็ยังนำพาเอาประเทศสหรัฐฯ ถอนตัวออกจาก “ความตกลงปารีส” (Paris Agreement : CMA3) ซึ่งเป็นกรอบอนุสัญญาของสหประชาชาติ ว่าด้วยการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หรือภาวะโลกร้อน เมื่อปี 2017 (พ.ศ. 2560) อีกต่างหากด้วย จนสร้างความไม่พอใจให้แก่นานาประเทศ แม้กระทั่งบรรดาชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ อย่าง “สหภาพยุโรป” หรือ “อียู” ทั้งนี้ หลังพ้นสมัยของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ เข้าสู่ยุคของประธานาธิบดีไบเดน สหรัฐฯ ก็ได้กลับเข้าร่วม “ความตกลงปารีส” อีกครั้ง ทันทีที่เสร็จสิ้นพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดี เข้าสู่ทำเนียบขาว ในฐานะผู้นำสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2021 (พ.ศ. 2564)โดยวาระสำคัญของการประชุม “ค็อป26” ที่กำลังจะมีขึ้นนั้น คาดหมายว่า จะเป็นการผลักดันให้ความตกลง และพิธีสารต่างๆ เช่น พิธีสารเกียวโต และความตกลงปารีส ได้ดำเนินปฏิบัติการอย่างเป็นรูปธรรม ในการควบคุมอุณหภูมิโลกให้สูงขึ้นโดยเฉลี่ยตามที่กำหนด นั่นคือ เพิ่มขึ้นไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส เมื่อเปรียบเทียบสภาพของอุณหภูมิเดิมก่อนหน้า เป็นต้น รวมถึงการจัดทำเค้าโครงร่างต่างๆ ในการต่อสู้กับภาวะโลกร้อน โดยอาจจะเป็นทุกๆ 5 ปี ตลอดจนการร่วมแรง ร่วมใจ ให้เกิดการเดินหน้าในแก้ไขวิกฤติดังกล่าว ให้เป็นไปในลักษณะ “กลไกวงล้อ (Ratchet Mechanism)” ซึ่งกลไกที่ว่านี้ ก็คล้ายกับ “จานเฟืองหลังของรถจักรยาน” หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า “ตลับฟรีของรถจักรยาน” ที่มีแต่เคลื่อนที่ หรือถีบไปข้างหน้าได้เท่านั้น ไม่มีถีบถอยหลัง โดยถ้าถีบถอยหลัง ก็จะเป็นการ “ฟรี” ของรถจักรยาน นั่นเองอย่างไรก็ดี แม้วาระประเด็นที่จะถกหารือกันตามการคาดการณ์ดูจะเข้มข้นในการประชุมสุดยอด “ค็อป26” ครั้งนี้ก็ตาม แต่ทว่า ในสายตาของบรรดานักบวช ตลอดจนถึงผู้นำทางศาสนาทั้งหลายแล้ว ก็ยังมีความเป็นห่วงกังวล ด้วยความสุดทนต่อวิกฤติภาวะโลกร้อน ที่โลกเราเผชิญอยู่ ณ เวลานี้ ถึงขนาดสันตะปาปา หรือโป๊ป ฟรานซิส ประมุขคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก ต้องจัดประชุมด้วยการเรียนเชิญบรรดาผู้นำศาสนาทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นผู้นำศาสนาคริสต์นิกายต่างๆ ศาสนายิว ศาสนาอิสลาม ศาสนาฮินดู ศาสนาพุทธ ศาสนาซิกซ์ ศาสนาเชน แม้กระทั่งผู้นำลัทธิทั้งหลาย ได้แก่ ลัทธิขงจื๊อ ลัทธิเต๋า และลัทธิโซโรแอสเตอร์ มาหารือร่วมกันในการประชุมที่เรยกว่า “ศรัทธาและวิทยาศาสตร์ : มุ่งหน้าสู่ค็อป26” (Faith and Science : Towards COP26)ปรากฏว่า มีผู้นำทางศาสนากว่า 50 ท่าน จาก 20 ประเทศ เข้าร่วมหารือกับโป๊ปฟรานซิส ที่สำนักวาติกัน นครวาติกัน เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยการเข้าร่วมประชุมหารือดังกล่าว อาจกล่าวได้ว่า ผู้นำทางศาสนาคือผู้นำทางจิตวิญญาณของประชาชน และเป็นตัวแทนของประชาชนถึง 3 ใน 4 ของประชากรโลก ได้เลยทีเดียว ซึ่งแม้แต่ “นายอล็อค ชาร์มา” ในฐานะ “ประธานการประชุมสมัชชาค็อป26” ที่จะมีขึ้นนั้น เอ่ยปากออกมาว่า เป็นการหารือที่มีน้ำหนักที่ทุกฝ่ายต้องควรรับฟังเป็นอย่างมากก่อนสรุปใจความของการหารือ ก็คือ เรียกร้องให้บรรดาผู้นำประเทศทั้งหลาย เร่งดำเนินการอย่างรูปธรรมในอันที่จะทำให้โลกของเรา หลีกเลี่ยงสิ่งที่เรียกว่า “วิกฤติต่อระบบนิเวศวิทยาที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” และยังพร้อมใจกันระบุด้วยว่า วิกฤติภาวะโลกร้อนถือเป็นภัยคุกคามรุนแรงต่อมนุษยชาติ เพราะมันก่อภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้ง ไฟป่า วาตภัย หรืออุทกภัยที่เผชิญกันในหลายประเทศ ณ เวลานี้ หลังจากนั้นคำร้องดังกล่าวก็ได้ถูกส่งไปยังประธานชาร์มา และนายลุยจิ ดิ มาอิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิตาลี เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมต่อไป ซึ่งมีรายงานว่า โป๊ปฟรานซิส ประมุขคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก จะเข้าร่วมประชุมสมัชชาค็อป26 ในครั้งนี้ด้วย

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

为您推荐