“ปักกิ่ง”ชิง“ขุมทรัพย์อัฟกาฯ”

เริ่มมีสัญญาณกันมานานหลายเพลา ก่อนเปิดเผยมาอย่างเป็นทางการ ชนิดที่ให้โลกได้รับรู้กันถ้วนทั่ว เมื่อปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมานี้เองสำหรับ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนแผ่นดินใหญ่ ที่ไปจับไม้จับมือกับกลุ่มนักรบตาลิบัน ในอัฟกานิสถาน ซึ่ง ณ เวลานี้ ต้องยอมรับว่า อัฟกานิสถาน ได้หวนกลับไปอยู่ในความครอบครองของนักรบกลุ่มนี้เป็นแน่แท้กันอีกครั้งท่ามกลางสถานการณ์ในอนาคต ที่ยังไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นอย่างไรนับจากนี้ สำหรับ อนาคตของอัฟกานิสถาน แต่บรรดานักวิเคราะห์ ต่างฟันธงตรงกันเป็นเสียงเดียวว่า จีนแผ่นดินใหญ่ ได้ประโยชน์จากอัฟกานิสถาน ภายใต้การยึดครองของกลุ่มนักรบตาลิบัน เพราะได้เปิดฉากหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ ในการสถาปนาทางการทูตกับกลุ่มนักรบตาลิบัน ถึงขนาดทางการจีนให้การต้อนรับการเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง ของเหล่าบรรดาแกนนำกลุ่มตาลิบัน โดยได้พบปะหารือกับนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ใช่แต่เท่านั้น หลังการบุกยึดกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานสถาน โดยกลุ่มตาลิบัน ได้เป็นผลสำเร็จเมื่อกลางเดือน ส.ค. ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ทางการจีน โดยกระทรวงการต่างประเทศ แถลงให้การยอมรับต่อกลุ่มตาลิบัน โดยอ้างไปถึงการเคารพในทางเลือกของประชาชนชาวอัฟกันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนทิ้งท้ายแสดงความหวังว่าการเปลี่ยนผ่านอำนาจในอัฟกานิสถาน จะเป็นไปอย่างราบรื่นขณะที่ ทางกลุ่มตาลิบันก็วาดหวังเช่นกันตามทรรศนะของบรรดานักวิเคราะห์ที่ว่า รัฐบาลปักกิ่ง ทางการจีนแผ่นดินใหญ่ จะช่วยฟื้นฟูอัฟกานิสถาน จากสถานภาพที่ภินท์พังเพราะสงครามอันยืดเยื้อยาวนานถึง 2 ทศวรรษ ให้กลับมาลืมตาอ้าปากได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นด้านการลงทุน ที่ทางกลุ่มตาลิบัน หวังพึ่งกลุ่มทุนให้เข้าไปลงทุนในอัฟกานิสถาน อันรวมไปถึงการจ้างงานในอัฟกานิสถาน ในยุคที่ตาลิบันครองเมืองครั้งใหม่นี้เรียกว่า ต่างฝ่ายต่างมีหมุดหมายเป้าประสงค์ของการสถาปนาการทูตครั้งใหม่ระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับกลุ่มตาลิบันโดยในส่วนของจีนแผ่นดินใหญ่นั้น ว่ากันในด้านความมั่นคง ทางการปักกิ่ง หมายจะใช้กลุ่มตาลิบัน ตัดวงจรความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่ม “ขบวนการอิสลามเตอร์กิสถานตะวันออก” หรือ “อีทีไอเอ็ม” กับ “กลุ่มแบ่งแยกดินแดนอุยกูร์” ที่เคลื่อนไหวเพื่อแบ่งแยกเขตปกครองตนเองซินเจียง ในการต่อต้านรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ ด้วยหวังใช้ตาลิบัน มาต่อต้านอีทีไอเอ็ม และกลุ่มก่อการร้ายอื่นๆ ที่คอยเซาะบ่อนทำลายความมั่นคงของจีน ถึงขนาดนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน เอ่ยปากออกมาว่า กลุ่มตาลิบัน มีความสำคัญทั้งทางด้านการทหารด้วย นอกเหนือจากการเมืองในอัฟกานิสถาน ในการที่จะสร้างสันติภาพ ความปรองดอง และกระบวนการฟื้นฟูให้บังเกิดขึ้นส่วนในด้านความสำคัญทางเศรษฐกิจที่จีนแผ่นดินใหญ่จะได้อัฟกานิสถานในยุคตาลิบันนี้ ก็เริ่มจากการดำเนินในอภิมหาโครงการ “เส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21” หรือ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” หรือ “วันเบลท์ วันโรด” (One Belt One Road) ที่ปรากฏว่า เส้นทางดังกล่าวพาดผ่านอัฟกานิสถานด้วย ก่อนเชื่อมต่อไปยังปากีสถาน และไปออกทางทะเลที่นั่น ซึ่งเมื่อจีนแผ่นดินใหญ่ความสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มตาลิบัน ก็จะเป็นความสบายใจของจีนแผ่นดินใหญ่ ในเรื่องที่จะถูกก่อกวนจากบรรดาพวกนักรบ กลุ่มติดอาวุธ ของพวกตาลิบันได้ไปเปราะหนึ่ง ทั้งนี้ เพราะจากการดำเนินการก่อนหน้า เช่น ก่อสร้างทางรถไฟ หรือการทำเหมืองต่างๆ ในอัฟกานิสถาน เป็นต้น เคยถูกกลุ่มตาลิบันโจมตี เมื่อช่วงก่อนหน้า อย่างกรณีที่เหมืองทองแดงแห่งหนึ่งที่จีนแผ่นดินใหญ่เข้าไปลงทุนในอัฟกานิสถาน เป็นอาทินอกจากอภิมหาโครงการข้างต้นซึ่งจะเป็นประโยชน์ด้านต่างๆ แก่จีนแผ่นดินใหญ่แล้ว ทางบรรดานักวิเคราะห์แสดง จีนแผ่นดินใหญ่ก็เล็งหมายปองทรัพย์ในดิน สินแร่ ในอัฟกานิสถาน ที่คาดการณ์กันว่า มีจำนวนมหาศาล โดยสินแร่ ที่เปรียบเสมือนขุมทรัพย์ใต้ดินของอัฟกานิสถาน หมายใจไว้ นั่นคือ ลิเทียม ทองคำ และแร่ธาตุหายาก หรือแรร์เอิร์ธส์ (Rare Earths) ซึ่งเหล่าบรรดานักวิเคราะห์ ประเมินว่า มูลค่าของบรรดาสินแร่ที่อยู่ใต้ปฐพีของอัฟกานิสถานเหล่านี้ คิดเป็นเงินรวมแล้วก็อยู่ที่ราวๆ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ – 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นอย่างน้อย บรรดานักวิเคราะห์แจกแจงรายละเอียดในความสำคัญของสินแร่เหล่านี้ด้วยว่า “ลิเทียม” ใช้ในการผลิตแบตเตอรีของอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ซึ่ง ณ ปัจจุบันมีอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าใช้แบตเตอรีในลักษณะอย่างนี้เป็นจำนวนมาก เช่น โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน เป็นต้น รวมถึง “รถยนต์พลังงานไฟฟ้า” หรือ “อีวี” ที่กำลังจะเป็นเทรนด์ หรือแนวโน้มของรถยนต์ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกไม่ไกลนี้ ก็ใช้แบตเตอรีที่ทำจากแร่ลิเทียมทั้งนี้ เมื่อกล่าวถึงแร่ลิเทียมแล้ว ต้องบอกว่า ในอัฟกานิสถาน ได้รับการประมาณการว่า มีจำนวนมหาศาล ถึงขนาดเรียกขานประเทศแห่งนี้ว่าเป็น “ซาอุดีอาระเบียแห่งลิเทียม” (Saudi Arabia of lithium) กันเลยทีเดียว ซึ่งผู้ที่ขนานนามให้นั้น ก็มิใช่ใครอื่น แต่เป็น กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน นั่นเอง“ทองคำ” แร่ธาตุมีค่าชนิดนี้ แทบไม่ต้องบอกว่า มีความสำคัญเพียงใด เพราะมีค่าอยู่ในตัวของมันเองอยู่แล้ว“แร่ธาตุหายาก” หรือ “แรร์เอิร์ธส์” ซึ่งเป็นสินแร่ที่มีความสำคัญในฐานะถูกนำมาผลิตเป็น “เซมิคอนดักเตอร์” หรือ “สารกึ่งตัวนำ” อันมีคุณสมบัติในการนำไฟฟ้าและในขณะเดียวกันก็ยังเป็นฉนวนไฟฟ้าได้ด้วย โดยเซมิคอนดักเตอร์เหล่านี้ ถูกบรรจุอยู่ในอุปกรณ์เทคโนโลยีชั้นนำทั้งหลาย ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ขนาดต่างๆ ตั้งแต่โน้ตบุ๊ก ไปจนถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือพีซีเมื่อพญามังกรจีนสยายกรงเล็บ คือ ขยายอิทธิพล ด้วยการกระชับสัมพันธ์กับตาลิบันอย่างแนบแน่นเยี่ยงนี้ ก็ยากที่จะมีชาตอื่นๆ ช่วงชิงขุมทรัพย์ใต้ดิน สินแร่ ที่มีสำคัญต่อผลิตภัณฑ์แห่งยุคสมัยเทคโนโลยีอันสุดล้ำเช่นนี้กันไปได้

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

为您推荐