กทม.ประชุมทุกหน่วยงานรับศึกฝุ่นพิษ2.5เร่งหาแนวทางพยากรณ์ล่วงหน้า3-7วัน

ผู้ว่าฯอัศวิน ประชุมร่วมทั้งกรมควบคุมมลพิษ กรมควบคุมโรค กรมอุตุฯ กรมการขนส่งฯ ตร.จราจร เตรียมพร้อมรับมือ PM 2.5 พร้อมหาแนวทางให้สามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้

เมื่อวันที่ 26 ต.ค.64 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.เป็นประธานประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1/2564 เพื่อเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นในละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่กทม. ที่มักจะเกิดในช่วงความกดอากาศสูง ประมาณปลายเดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีถัดไป โดยมี พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าฯกทม. นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกทม. คณะผู้บริหารกทม. หน่วยงานในสังกัด ผู้แทนหน่วยงานภายนอก อาทิ กรมควบคุมมลพิษ กรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมอุตุนิยมวิทยา กรมการขนส่งทางบก กองบังคับการตำรวจจราจร และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ผ่านระบบประชุมทางไกล ณ ศาลาว่าการกทม. เขตพระนคร

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาร่างแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่กทม.ปี 65 ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบตามร่างแผนที่เคยดำเนินการในปี 64 พร้อมให้มีการปรับปรุงการดำเนินการบางส่วนเพิ่มเติมตามที่หน่วยงานต่างๆ ได้เสนอมา เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่กทม. เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อาทิ ตั้งจุดตรวจวัดความดันเพิ่มมากขึ้น การเพิ่มความถี่ในการตรวจวัดควันดำ การกำหนดช่วงเวลาห้ามรถบรรทุกเข้าพื้นที่ เป็นต้น

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้แนะนำให้กทม.ติดตั้งเครื่องวัดความเร็วลมในจุดต่างๆ และนำวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการคาดการณ์การเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ล่วงหน้าได้ รวมถึงสามารถวางแผนการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น

ผู้ว่าฯกทม.กล่าวว่า กทม.ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมมือกันป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่ เนื่องจากกทม.ไม่สามารถดำเนินการได้เพียงลำพังต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงจะสำเร็จได้ นอกจากนี้ อาจจะหารือร่วมกับจังหวัดปริมณฑลเพิ่มเติมด้วย เพราะมีพื้นที่ติดกัน หากพื้นที่ไหนมีฝุ่นฯ PM2.5 เกิดขึ้นสามารถส่งผลกระทบกับพื้นที่ใกล้เคียงได้ นอกจากนี้ กทม.ยังจะต้องเตรียมการในเรื่องของการล้างถนนด้วย ที่ผ่านมา กทม.ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการล้างถนนด้วยดี ซึ่งยังคงต้องร่วมกันดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไป พร้อมทั้งหาแนวทางในการคาดการณ์การเกิดฝุ่นฯ PM2.5 ล่วงหน้า 7 วัน หรือ 3 วันได้ เพื่อให้สามารถเตรียมการรับมือฝุ่นฯ PM2.5 ล่วงหน้าได้

สำหรับการติดตั้งเครื่องวัดความเร็วลม และนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นฯ PM2.5 ในพื้นที่กทม.นั้น ถือเป็นสิ่งที่ดี ซึ่งจะได้มอบหมายให้สำนักสิ่งแวดล้อมของกทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้พิจารณาหารือแนวทางดำเนินการต่อไปว่าจะสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง สามารถประสานหน่วยงานหรือสถาบันการศึกษาใดมาร่วมกันดำเนินการบ้าง

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

为您推荐